life

2006/Jul/11

Flama and Moko

ผมใช้เวลาช่วงก่อนจะชมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ไปกับหนังเรื่อง Duck Season หนังเรื่องนี้ว่าด้วยวันธรรมดาๆ ของเด็กสองคนที่กำลังลิงโลดเพราะได้ครอบครองอพาร์ตเมนท์โดยไม่มีใครกวนใจ

ถ้าเป็นชายวัยกลางคนคงหนีไม่พ้น นั่งแช่อล่างฉ่างอยู่บนโซฟาเนียนนุ่ม มือถือเบียร์เย็นเจี๊ยบ สายตาจดจ้องอยู่ที่โทรทัศน์ขนาดตามอัตภาพ ดูไป จิบไป ดูไป จิบไป

โชคดีว่าเด็กวัย 14 ปี มีกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นกว่านั้น

เพราะเทคโนโลยีนำพา การสวมบทบาทโลดแล่นไปตามใจฝันเลยเป็นเรื่องง่ายแค่กระดิกนิ้ว เล่นเกมไปพลาง เคี้ยวขนมไปพลาง สุขสันต์เพิ่มอีกนิดด้วยโคล่าแก้วโต แค่นี้โลกก็น่าอยู่ขึ้นเป็นกอง

นี่คงเป็นวันสุขสันต์ธรรมดาๆ อีกวันหนึ่ง ถ้าสาวข้างบ้านจะไม่มาขอยืมใช้เตาอบในวันที่ไฟฟ้าเดินทางอย่างเกียจคร้าน ถ้าคนส่งพิซซ่าไม่ต้องวิ่งหอบแฮ่กถึงที่หมายช้ากว่าข้อตกลงไป 11 วินาที
ส่งผลต่อเนื่องให้เรื่องราวเกิดขึ้นเป็นลูกโซ่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง

เค้าว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังตลกร้าย ผมก็ไม่เห็นเป็นอื่น ฟุตบอลโลกนัดชิงกำลังจะเริ่มแล้ว ผมยังได้ยินเสียงเพลงตอนเปิดเรื่องอยู่เลย

.
.
.

ความพยายามของฝรั่งเศสในครึ่งเวลาหลังไม่เป็นผล ท้ายที่สุดก็เป็นอิตาลีที่ได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ไปครองเป็นครั้งที่สี่ ภาพเรย์มงด์ โดเมเน็กยืนเนียนนิ่งท่ามกลางบรรยากาศความปลาบปลื้มของอิตาลียังติดอยู่ในตาผม

คงไม่มีการปิดฉากที่น่าเศร้าไปกว่านี้สำหรับนักฟุตบอลที่น่าจะดีที่สุดในรอบหลายต่อหลายปี ผมอดคิดไม่ได้ว่าเหตุการณ์บางอย่างอาจแตกต่างออกไป ถ้าลูกโหม่งก่อนหน้านั้นห่างออกไปอีก 11 เซนติเมตร จุดจบสมบูรณ์แบบที่ผมไม่เคยได้พบเห็นก็จะได้เกิดขึ้น

บางทีความสมบูรณ์แบบบนโลกก็ไม่ควรมีอยู่จริง

2006/Jun/30

เพราะเหนื่อยล้าจากการฟาดฟันกับการทำทันตกรรม ผมออกเดินทางตอนเช้าด้วยสภาพบูดเบี้ยว ใจเริ่มฟุ้งซ่านหวาดระแวงคนรอบข้างเพราะพลังการป้องกันตอนนี้ต่ำยิ่งกว่าศูนย์ หากทำอะไรไม่ถูกใจใครเค้า คงได้นอนหมอบหมดท่ากันง่ายๆ

เพราะต้องการถูกปลดปล่อย จึงได้รับการปลดปล่อย

ฟังดูก็น่าจะเป็นหนทางแห่งอิสรภาพที่น่าจะนำความเบิกบานมาให้มากมาย แต่เมื่อเวลามาถึงจุดสุดท้าย ความรู้สึกแท้จริงกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมคิดเอาว่าบาดแผลทางกายภาพคงเป็นตัวบั่นทอนชั้นดี แต่สาเหตุแท้จริงแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกันเลยแม้แต่น้อย ความเศร้าข้างในกายมากกว่าที่คอยเป็นตัวขับเคลื่อนที่แท้จริง

เข้าใจว่าผมเริ่มอ่านหนังสือออกได้จากการติดตามเจ้าแมวสีฟ้าตัวกลมบ๊อก เล่มต่อเล่มวนไปไม่มีจุดจบแน่นอน ต้องขอขอบคุณการฟาดฟันกันของสำนักพิมพ์การ์ตูนสมัยนั้น จนเมื่ออายุเริ่มขยับขึ้นไปอีกหน่อย ก็เริ่มจะมีโอกาสได้อ่านหนังสือประเภทอื่นบ้าง จึงได้เริ่มรับรู้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่งที่ต้องพานพบ

การพลิกหน้าสุดท้ายที่แสนเศร้า ยิ่งดีมาก ยิ่งตราตรึงมาก ก็ยิ่งเศร้า

ผมเหมาเอาเองว่านี่เป็นเหตุผลที่พอโตขึ้น ผมกลายเป็นคนชอบทำอะไรค้างๆคาๆ ก็จุดจบมันแสนเศร้าและดำมืด ผมนึกเข้าข้างตัวเอง

แต่เรื่องบางเรื่องหากไม่จบลงเสียก่อน ก็คงไม่อาจจะเริ่มต้นใหม่อีกเรื่องได้

เพราะองค์ประกอบแค่ส่วนเดียว แต่โชคร้ายที่เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตแม้องค์ประกอบส่วนอื่นจะดียังไง ก็ยังยากที่จะฉุดรั้งความเรียกร้องนี้ แม้ในช่วงชีวิตจะเต็มไปด้วยการตัดสินใจผิดพลาดมากมาย แต่นั่นก็ไม่ได้สอนอะไรผมมากมายเท่าไร

จากวันนี้ที่ผมเคยคิดว่าคงเป็นวันดีที่ได้รอคอยมานาน ตอนท้ายของวันผมก็ได้แค่นิ่งๆเศร้าๆ ผมบอกลาเครื่องไม้เครื่องมือผู้ซื่อสัตย์ เก็บสมุดบันทึกลงกระเป๋าแล้วค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ ผมได้หนังสือชั้นดีเป็นการสั่งลามาหนึ่งเล่ม แม้จะเคยอ่านจบไปแล้ว แต่ดีเกินพอที่จะมีเก็บไว้ เค้าว่าถ้าโชคดีคงได้มาเดินทางด้วยกันอีก ผมเองก็หวังเช่นนั้นแม้คิดดูแล้วโอกาสแบบนั้นคงไม่ได้มาโดยง่าย แต่ความคาดหวังก็เป็นของขวัญชั้นดีสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง

วันนี้หนังสือของผมอีกเล่มเลยถูกพลิกออกมาจนถึงหน้าสุดท้าย ผมปิดเล่มเก็บขึ้นชั้นพร้อมๆกับถูกบังคับให้ปิดฉากฟุตบอลโลก 2006 ลงในวันนี้

ยังไม่รู้ว่าเล่มต่อไปจะถูกเปิดขึ้นเมื่อไร รู้แต่ว่าสถานที่ที่จะเปิดต่อไปนั้นคงห่างไกลจากเดิมพอดู

2006/May/31

Smoking at Starbucks

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง ด้วยความเลินเล่อเซ่อซ่า ผมติดอยู่ตรงบันไดหนีไฟและกลับเข้าตัวอาคารไม่ได้ เพราะประตูเปิดจากด้านนอกไม่ได้ ตอนนั้นผมไม่มีตัวช่วยใดๆนอกจากจะลองวิ่งไปถึงชั้นล่างอันไกลโพ้น โชคดีว่าโลกนี้มีบุหรี่ และมันทำให้คนอยากสูบอยู่เป็นพักๆ ผมเลยเอาตัวรอดมาได้เพราะทาสบุหรี่ นั่นคงเป็นครั้งเดียวที่ผมนึกขอบคุณมัน

ผมเป็นคนที่ไม่พิศมัยบุหรี่นัก รู้สึกรำคาญใจทุกครั้งเวลาเดินไปตามถนนแล้วเจอคนสูบบุหรี่นำหน้า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมควันบุหรี่มักจะลอยมาโดนคนที่ไม่ได้สูบเสมอ บางครั้งผมเร่งฝีเท้าหมายจะนำหน้า แต่หลายครั้งผมก็ทำทอดน่องปล่อยให้กลุ่มควันลอยจากผมไปเอง

ผมเคยถามเพื่อนผมคนหนึ่งว่าทำไมถึงชอบสูบบุหรี่ จากปกติที่ชอบทำหน้าติงต๊อง มันเก๊กหน้าขรึมโฉด แล้วบอกว่าเวลาสูบบุหรี่ก็เหมือนกับได้ทำสมาธิ ได้สูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ สมองจะได้ปลอดโปร่ง สติปัญญาเฉียบแหลมขึ้นมาโดยพลัน ผมเกือบเชื่อมันแล้วเชียว ถ้าหน้าเก๊กของมันไม่ได้เป็นหน้าเก๊กแบบคุโรมาตี้

ไม่นานหลังจากนั้น เพื่อนผมคนนี้ก็หายตัวไป หายตัวไปแบบที่สตอร์มทรูปเปอร์หายตัวไป ไม่มีวี่แวว ไม่มีข่าวคราว แค่หายไปเฉยๆ หลังจากนั้นก็มีข่าวลือพาให้ตลกเกี่ยวกับการหายตัวไปครั้งนี้ เนื้อหาของข่าวลือฟังดูขำขันแต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรู้สึกยังไง ถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา

ผมยังคงเสาะหาเหตุผลของการสูบุหรี่ต่อไป

เธอว่าโดดงานมาสูบบุหรี่เคล้ากาแฟเป็นความสุขสุดยอด ส่วนผมแค่ได้นั่งสนทนากันก็็คิดว่าสุขีดีแล้ว ผมยังสงสัยว่าบุหรี่กับกาแฟมันเข้ากันจริงเหรอ เธอยืนยันว่าเข้ากันไม่มีที่ติ ท่าทางยืนยันของเธอ ชวนให้ผมนึกอยากลองขึ้นมาบ้าง

วันนั้นเธอสูบบุหรี่แบบมวนต่อมวนชวนให้ดูเพลิน เรื่องราวหลากหลายหลุดออกมาไม่ขาดสาย นั่นน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรอบปีนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน ควันบุหรี่ก็เป็นเหมือนหมอกกั้นให้ความสัมพันธ์ต่างๆหลุดออกลอยไป

หลังๆผมไม่นึกสนใจเหตุผลของการสูบบุหรี่แล้ว

.

Whatever And Ever Amen